ชื่อโครงการ : Sport Hub Community ธุรกิจเพื่อสังคมที่ใช้กีฬาเพื่อพัฒนาเด็กและสร้างรายได้ให้ชุมชน มุ่งสร้างพื้นที่แห่งโอกาสเพื่อให้เด็กและเยาวชนเข้าถึงการพัฒนาศักยภาพผ่านกีฬา ควบคู่ไป กับการสร้างระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนที่ยั่งยืนให้แก่คนในชุมชน Mission (พันธกิจ) : - จัดหาโปรแกรมฝึกซ้อมกีฬามาตรฐานในราคาที่เข้าถึงได้หรือฟรีสำหรับเยาวชนขาดแคลนทุนทรัพย์ - สร้างอาชีพและรายได้ให้แก่คนในชุมชนผ่านการเป็นผู้ช่วยผู้ฝึกสอน การจัดการสนาม และการจำหน่ายสินค้า บริการในพื้นที่โครงการ - ใช้กีฬาเป็นเครื่องมือในการสร้างภูมิคุ้มกันทางสังคมและส่งเสริมสุขภาวะที่ดีให้กับคนทุกช่วงวัย 2. Social Problem & Background (ปัญหาและที่มา) ปัญหาสังคมคืออะไร ความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงการพัฒนาทักษะชีวิตและกีฬาของเยาวชน รวมถึงปัญหาความยากจนและขาดโอกาส ทางอาชีพในระดับชุมชน ปัญหานี้เกิดขึ้นที่ไหน ชุมชนแออัดในเขตเมือง และพื้นที่ห่างไกลที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกด้านกีฬาน้อย ใครได้รับผลกระทบ เด็กและเยาวชน : ขาดพื้นที่ปลอดภัยในการทำกิจกรรม เสี่ยงต่อปัญหายาเสพติด พฤติกรรมเนือยนิ่ง (Sedentary Lifestyle) และภาวะโรคอ้วน คนในชุมชน : ขาดรายได้เสริมและทักษะในการประกอบอาชีพที่มั่นคงมีข้อมูลหรือหลักฐานสนับสนุนหรือไม่ - รายงานจาก สำนักงานสถิติแห่งชาติ ระบุว่าครัวเรือนในกลุ่มรายได้น้อยมักไม่สามารถส่งบุตรหลานไปเรียนพิเศษ หรือสถาบันกีฬาเอกชนได้เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายสูง เหตุใดปัญหานี้จึงสำคัญ หากเยาวชนขาดการพัฒนาและชุมชนไม่มีรายได้ จะนำไปสู่ปัญหาสังคมในระยะยาว เช่น อาชญากรรม ความยากจนข้ามรุ่น และภาระด้านสาธารณสุขของรัฐ 3. Root Cause Analysis (Problem Tree) เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนตามแนวทางของ Problem Tree เราได้จำแนกปัจจัยต่างๆ ดังนี้ Root Causes (สาเหตุ) ส่วนของราก (Roots) คือปัจจัยที่ส่งผลโดยตรงให้เกิดปัญหาหลัก สำหรับโครงการ Sport Hub Community เราสามารถวิเคราะห์สาเหตุเชิงลึกได้เป็น 4 ด้านหลักดังนี้ 1) ข้อจำกัดเชิงโครงสร้างและพื้นที่ (Structural & Spatial Constraints) - การบริหารจัดการพื้นที่สาธารณะไม่มีประสิทธิภาพ : พื้นที่ในชุมชนแออัดมีจำกัดและมักถูกนำไปใช้ในเชิง พาณิชย์ หรือปล่อยทิ้งร้างจนกลายเป็นจุดอับสายตาและแหล่งมั่วสุม ทำให้เด็กไม่มี พื้นที่ปลอดภัย (Safe Space) ในการออกกำลังกาย - ความเหลื่อมล้ำของการกระจายโครงสร้างพื้นฐาน : สนามกีฬาที่มีมาตรฐานมักตั้งอยู่ในเขตเมืองชั้นใน หรือต้องเสียค่าบริการสูง ทำให้คนในชุมชนฐานรากเข้าไม่ถึง 2) อุปสรรคทางเศรษฐกิจและค่าใช้จ่ายแอบแฝง (Economic Barriers & Hidden Costs) - กีฬากลายเป็นสินค้าฟุ่มเฟือย : การฝึกซ้อมกีฬาในระดับที่พัฒนาทักษะได้จริง (Professional Coaching) มีค่าใช้จ่ายสูง ทั้งค่าเรียน อุปกรณ์ และค่าเดินทาง ซึ่งเกินกำลังของครอบครัวที่มีรายได้น้อย - วงจรความยากจน (Poverty Cycle) : พ่อแม่ผู้ปกครองต้องใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการทำมาหากิน ทำให้ไม่มี เวลาหรือทุนทรัพย์ในการสนับสนุนกิจกรรมนอกเวลาเรียนของบุตรหลาน 3) การขาดแคลนโมเดลธุรกิจที่เชื่อมโยงชุมชน (Lack of Community-Based Business Models) - ขาดตัวกลางในการสร้างรายได้ : ในชุมชนมีทรัพยากร (เช่น ผู้ใหญ่ที่มีทักษะฝีมือ หรือคนว่างงาน) แต่ไม่มี ระบบที่เชื่อมโยงทักษะเหล่านี้เข้ากับกิจกรรมกีฬาเพื่อสร้างเป็นเศรษฐกิจหมุนเวียน - การพึ่งพางบประมาณภาครัฐเพียงอย่างเดียว : กิจกรรมในชุมชนส่วนใหญ่มักเป็นโครงการระยะสั้นที่รอรับเงิน อุดหนุน เมื่อหมดงบโครงการก็จบไป (Lack of Sustainability) ไม่ได้ถูกสร้างให้เป็นธุรกิจเพื่อสังคมที่เลี้ยงตัวเอง ได้ 4) ช่องว่างด้านโอกาสและค่านิยมทางสังคม (Social Opportunity Gaps) - ขาดต้นแบบและเส้นทางอาชีพที่ชัดเจน : เยาวชนในชุมชนมองไม่เห็นว่ากีฬาจะกลายเป็นอาชีพหรือช่องทาง ยกระดับฐานะได้อย่างไร (Career Path) ทำให้ขาดแรงจูงใจในการฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง - สภาพแวดล้อมที่เสี่ยงต่อปัจจัยลบ : เมื่อไม่มีกิจกรรมสร้างสรรค์ที่เข้าถึงง่าย เด็กจึงมีแนวโน้มที่จะถูกดึงดูดเข้า สู่กลุ่มอบายมุขหรือยาเสพติดได้ง่ายขึ้น - รายงานจาก สำนักงานสถิติแห่งชาติ ระบุว่าครัวเรือนในกลุ่มรายได้น้อยมักไม่สามารถส่งบุตรหลานไปเรียนพิเศษ หรือสถาบันกีฬาเอกชนได้เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายสูง เหตุใดปัญหานี้จึงสำคัญ หากเยาวชนขาดการพัฒนาและชุมชนไม่มีรายได้ จะนำไปสู่ปัญหาสังคมในระยะยาว เช่น อาชญากรรม ความยากจนข้ามรุ่น และภาระด้านสาธารณสุขของรัฐ 3. Root Cause Analysis (Problem Tree) เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนตามแนวทางของ Problem Tree เราได้จำแนกปัจจัยต่างๆ ดังนี้ Root Causes (สาเหตุ) ส่วนของราก (Roots) คือปัจจัยที่ส่งผลโดยตรงให้เกิดปัญหาหลัก สำหรับโครงการ Sport Hub Community เราสามารถวิเคราะห์สาเหตุเชิงลึกได้เป็น 4 ด้านหลักดังนี้ 1) ข้อจำกัดเชิงโครงสร้างและพื้นที่ (Structural & Spatial Constraints) - การบริหารจัดการพื้นที่สาธารณะไม่มีประสิทธิภาพ : พื้นที่ในชุมชนแออัดมีจำกัดและมักถูกนำไปใช้ในเชิง พาณิชย์ หรือปล่อยทิ้งร้างจนกลายเป็นจุดอับสายตาและแหล่งมั่วสุม ทำให้เด็กไม่มี พื้นที่ปลอดภัย (Safe Space) ในการออกกำลังกาย - ความเหลื่อมล้ำของการกระจายโครงสร้างพื้นฐาน : สนามกีฬาที่มีมาตรฐานมักตั้งอยู่ในเขตเมืองชั้นใน หรือต้องเสียค่าบริการสูง ทำให้คนในชุมชนฐานรากเข้าไม่ถึง 2) อุปสรรคทางเศรษฐกิจและค่าใช้จ่ายแอบแฝง (Economic Barriers & Hidden Costs) - กีฬากลายเป็นสินค้าฟุ่มเฟือย : การฝึกซ้อมกีฬาในระดับที่พัฒนาทักษะได้จริง (Professional Coaching) มีค่าใช้จ่ายสูง ทั้งค่าเรียน อุปกรณ์ และค่าเดินทาง ซึ่งเกินกำลังของครอบครัวที่มีรายได้น้อย - วงจรความยากจน (Poverty Cycle) : พ่อแม่ผู้ปกครองต้องใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการทำมาหากิน ทำให้ไม่มี เวลาหรือทุนทรัพย์ในการสนับสนุนกิจกรรมนอกเวลาเรียนของบุตรหลาน 3) การขาดแคลนโมเดลธุรกิจที่เชื่อมโยงชุมชน (Lack of Community-Based Business Models) - ขาดตัวกลางในการสร้างรายได้ : ในชุมชนมีทรัพยากร (เช่น ผู้ใหญ่ที่มีทักษะฝีมือ หรือคนว่างงาน) แต่ไม่มี ระบบที่เชื่อมโยงทักษะเหล่านี้เข้ากับกิจกรรมกีฬาเพื่อสร้างเป็นเศรษฐกิจหมุนเวียน - การพึ่งพางบประมาณภาครัฐเพียงอย่างเดียว : กิจกรรมในชุมชนส่วนใหญ่มักเป็นโครงการระยะสั้นที่รอรับเงิน อุดหนุน เมื่อหมดงบโครงการก็จบไป (Lack of Sustainability) ไม่ได้ถูกสร้างให้เป็นธุรกิจเพื่อสังคมที่เลี้ยงตัวเอง ได้ 4) ช่องว่างด้านโอกาสและค่านิยมทางสังคม (Social Opportunity Gaps) - ขาดต้นแบบและเส้นทางอาชีพที่ชัดเจน : เยาวชนในชุมชนมองไม่เห็นว่ากีฬาจะกลายเป็นอาชีพหรือช่องทาง ยกระดับฐานะได้อย่างไร (Career Path) ทำให้ขาดแรงจูงใจในการฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง - สภาพแวดล้อมที่เสี่ยงต่อปัจจัยลบ : เมื่อไม่มีกิจกรรมสร้างสรรค์ที่เข้าถึงง่าย เด็กจึงมีแนวโน้มที่จะถูกดึงดูดเข้า สู่กลุ่มอบายมุขหรือยาเสพติดได้ง่ายขึ้น Core Problem (ปัญหาหลัก) : เยาวชนในชุมชนขาดพื้นที่และโอกาสในการพัฒนาตนเองผ่านกีฬา และคนใน ท้องถิ่นขาดช่องทางสร้างรายได้ที่ยั่งยืน Symptoms (อาการที่เกิดขึ้น) : เด็กใช้เวลาหน้าจอนานเกินไป, มีปัญหาทะเลาะวิวาทในพื้นที่, ชุมชนซบเซาไม่มี กิจกรรมทางเศรษฐกิจ Effects (ผลกระทบ) - เยาวชนเสียโอกาสในการก้าวสู่ระดับอาชีพหรือการได้รับทุนการศึกษา - ปัญหาสุขภาพจิตและสุขภาพกายของคนในชุมชนแย่ลง - ความเหลื่อมล้ำทางสังคมกว้างขึ้น 4. ผลลัพธ์ที่คาดหวัง (Expected Outcomes) - เรากำลังจะแก้ปัญหาอะไร : เรากำลังแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงโอกาสของเยาวชนและปัญหาปาก ท้องของคนในชุมชน - ทำไมจึงเลือกปัญหานี้ : เพราะเชื่อว่ากีฬาคือเครื่องมือสร้างวินัยและโอกาสชีวิต โดยใช้รูปแบบ Social Enterprise เพื่อให้โครงการอยู่รอดได้ด้วยตัวเองและสร้างผลกระทบเชิงบวกอย่างยั่งยืน ทำไมเราถึงมองว่านี่คือสาเหตุที่แท้จริง เนื่องจากการวิเคราะห์ผ่าน Problem Tree เราพบว่า ปัญหาเด็กติดเกมหรือปัญหายาเสพติด เป็นเพียง Symptoms (อาการ) หรือ Effects (ผลกระทบ) เท่านั้น แต่ สาเหตุที่แท้จริง คือ การขาดการเข้าถึงพื้นที่และโอกาสที่เท่าเทียม และความไม่ยั่งยืนทางการเงินของกิจกรรม ชุมชน ดังนั้นโครงการ Sport Hub Community จึงไม่ได้สร้างแค่สนามบอล แต่เรากำลังเข้าไปแก้ที่ Root Causes โดยการสร้างระบบธุรกิจที่ทำให้พื้นที่นั้นมีงบประมาณดูแลตัวเองและสร้างอาชีพให้คนในพื้นที่ไปพร้อมๆ กัน และเหตุผลที่ ทำไมต้องทำโครงการนี้ เพราะเราเลือกแก้ปัญหาเรื่องความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงโอกาสของ เยาวชน เพราะเราเชื่อว่า 'กีฬา' ไม่ใช่แค่การออกกำลังกาย แต่เป็นเครื่องมือในการสร้างวินัยและสร้างโอกาสใน ชีวิตขณะเดียวกัน เราได้ใช้รูปแบบ ธุรกิจเพื่อสังคม (Social Enterprise) มาสร้างจุดแข็งด้วยการดึงคนในชุมชน เข้ามามีส่วนร่วมเพื่อแก้ปัญหาปากท้องไปพร้อมกัน ทำให้โครงการนี้สามารถอยู่รอดได้ด้วยตัวเองและสร้างการกำหนดดัชนีชี้วัดผลสำเร็จ (Key Performance Indicators: KPIs) สามารถแก้ปัญหาที่ รากเหง้า (Root Causes) และลดผลกระทบ (Effects) ที่ระบุไว้ใน Problem Tree ได้จริง นี่คือดัชนีชี้วัดผลสำเร็จที่แบ่งตามมิติต่างๆ 1. ดัชนีชี้วัดด้านผลกระทบทางสังคม (Social Impact KPIs) วัดความสำเร็จในการแก้ปัญหาเยาวชนและสุขภาวะตามที่ระบุใน Core Problem และ Symptoms : - อัตราการเข้าถึงพื้นที่ปลอดภัย: จำนวนเยาวชนในชุมชนกลุ่มเป้าหมายที่เข้าร่วมกิจกรรมอย่างน้อย 3 ครั้งต่อ สัปดาห์ เพื่อวัดว่าโครงการกลายเป็นพื้นที่ปลอดภัยได้จริงหรือไม่ - การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมเชิงบวก: ร้อยละของเยาวชนที่มีพัฒนาการด้านระเบียบวินัยและการทำงานเป็นทีม ผ่านการประเมินโดยโค้ชและผู้ปกครอง - ด้านสุขภาพกาย: ร้อยละของเด็กในโครงการที่มีดัชนีมวลกาย (BMI) อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานเพิ่มขึ้น หรือมี สมรรถภาพทางกายที่ดีขึ้นเมื่อเทียบกับก่อนเริ่มโครงการ - การลดปัจจัยเสี่ยงในชุมชน: จำนวนสถิติการร้องเรียนเรื่องการมั่วสุมหรือปัญหายาเสพติดในพื้นที่รอบโครงการ ลดลง (สะท้อนการแก้ปัญหาที่ Symptoms) 2. ดัชนีชี้วัดด้านเศรษฐกิจชุมชน (Economic Impact KPIs) วัดความสำเร็จในการสร้างรายได้และแก้ปัญหาความยากจนที่เป็นหนึ่งใน Root Causes : - การจ้างงานท้องถิ่น : จำนวนคนในชุมชนที่ได้รับการจ้างงานเป็นพนักงานสนาม ผู้ช่วยโค้ช หรือเจ้าหน้าที่รักษา ความปลอดภัย - รายได้เสริมของครัวเรือน : ร้อยละเพิ่มขึ้นของรายได้เฉลี่ยของกลุ่มแม่บ้านหรือร้านค้าในชุมชนที่นำสินค้ามาวาง จำหน่ายในพื้นที่โครงการ - การพัฒนาทักษะอาชีพ: จำนวนคนในชุมชนที่ผ่านการอบรมทักษะการบริหารจัดการธุรกิจกีฬาหรือการเป็นผู้ ฝึกสอนมืออาชีพ 3. ดัชนีชี้วัดด้านความยั่งยืนของโครงการ (Sustainability KPIs) วัดว่าโมเดลธุรกิจสามารถเลี้ยงตัวเองได้ตามวัตถุประสงค์ของ Social Enterprise : - อัตราการพึ่งพาตนเอง (Self-sufficiency Ratio): สัดส่วนรายได้ที่เกิดจากธุรกิจ (เช่น ค่าเช่าสนาม, ค่าเรียน ระดับพรีเมียม) ต่อค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานทั้งหมด โดยมีเป้าหมายให้พึ่งพาเงินบริจาคน้อยลงเรื่อย อัตราการรักษาสมาชิก (Retention Rate): ร้อยละของผู้ใช้บริการทั่วไป (กลุ่มที่จ่ายราคาปกติ) ที่กลับมาใช้ บริการซ้ำ เพื่อยืนยันว่าบริการมีคุณภาพและแข่งขันในตลาดได้ เพื่อให้มั่นใจว่าโครงการของเราแก้ปัญหาได้ตรงจุด เราจึงไม่ได้วัดแค่จำนวนคนที่มาใช้สนามเท่านั้น แต่เราวัดไปถึง Social Impact ที่เกิดขึ้นกับเด็กจริงๆ เช่น การลดลงของพฤติกรรมเสี่ยง (Symptoms) และวัดความยั่งยืนทาง การเงินที่เรานำรายได้จากโมเดลธุรกิจมาอุดหนุนโอกาสให้กับคนขาดแคลน เพื่อเป็นการแก้ปัญหาที่ Root Causes เรื่องความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจตามที่เราได้วิเคราะห์ไว้ในรายงานฉบับนี้ เพื่อให้โครงการ “Sport Hub Community” สามารถเลี้ยงตัวเองได้อย่างยั่งยืนตามหลักการของ Social Enterprise (ธุรกิจเพื่อสังคม) เราต้องออกแบบโมเดลธุรกิจที่สมดุลระหว่าง ผลกำไรทางธุรกิจ และ ผลกระทบทางสังคม นี่คือแนวทางการออกแบบโมเดลธุรกิจเพื่อให้โครงการนี้อยู่รอดและสร้างรายได้กลับคืนสู่ ชุมชน Business Model : Hybrid Sport-Community Ecosystem 1. แหล่งรายได้ (Revenue Streams) เพื่อให้โครงการมีเงินหมุนเวียนโดยไม่ต้องพึ่งพางบประมาณบริจาคเพียงอย่างเดียว เราจะใช้โมเดลรายได้แบบ ผสมผสานดังนี้ • โมเดลการเรียนแบบ Tiered Pricing (การอุดหนุนข้ามกลุ่ม) : - เปิดสอนคลาสกีฬาคุณภาพสูงให้กับบุคคลทั่วไปหรือเด็กจากครอบครัวที่มีกำลังซื้อในราคาตลาด - นำกำไรจากส่วนนี้มาสนับสนุนเป็นทุนการศึกษา หรือคลาสฟรี ให้กับเด็กขาดแคลนในชุมชน • การบริหารจัดการพื้นที่ (Facility Management) : - เปิดให้เช่าสนามในช่วงเวลาที่ไม่มีคลาสสอน (Off-peak hours) สำหรับกลุ่มวัยทำงานหรือคนทั่วไปที่ ต้องการใช้สนาม - พื้นที่เช่าสำหรับร้านค้าขนาดเล็กให้คนในชุมชนเข้ามาขายอาหาร เครื่องดื่ม หรืออุปกรณ์กีฬาพื้นบ้าน • การจัดกิจกรรมและทัวร์นาเมนต์ (Event Hosting) : - จัดงานแข่งขันกีฬาในระดับชุมชนหรือระดับเขต โดยเก็บค่าสมัครและหาผู้สนับสนุน (Sponsors) จาก ธุรกิจในท้องถิ่น • สินค้าแบรนด์ชุมชน (Merchandise) : - ผลิตและจำหน่ายสินค้าที่ระลึก เช่น เสื้อกีฬาที่ออกแบบโดยเด็กในโครงการ หรือสินค้าแฮนด์เมดจาก กลุ่มแม่บ้านในชุม การสร้างมูลค่าร่วม (Shared Value Creation) โมเดลนี้จะช่วยแก้ปัญหาที่ Root Causes ซึ่งเราวิเคราะห์ไว้ก่อนหน้านี้: • ด้านการจ้างงาน : เปลี่ยนคนในชุมชนจาก ผู้รับความช่วยเหลือเป็นพนักงาน หุ้นส่วน เช่น ฝึกอบรมวัยรุ่น ในพื้นที่ให้เป็นผู้ช่วยโค้ช หรือจ้างงานกลุ่มผู้สูงอายุมาดูแลความเรียบร้อยและงานธุรการ • ด้านทักษะอาชีพ : สนามกีฬาจะกลายเป็นศูนย์บ่มเพาะทักษะ ไม่ใช่แค่ทักษะกีฬาแต่รวมถึงทักษะ การบริหารจัดการธุรกิจกีฬาเบื้องต้นให้กับเยาวชน 3. พันธมิตรทางธุรกิจ (Key Partnerships) • บริษัทเอกชน (CSR Partnership) : นำเสนอโมเดลให้บริษัทใหญ่ๆ เข้ามาสนับสนุนในรูปแบบการสร้าง สนาม หรือมอบอุปกรณ์กีฬา เพื่อแลกกับพื้นที่โฆษณาหรือสิทธิในการทำกิจกรรม CSR ร่วมกับชุมชน • โรงเรียนท้องถิ่น : ทำบันทึกข้อตกลง (MOU) ในการใช้เป็นสถานที่เรียนวิชาพลศึกษาหรือกิจกรรมหลังเลิก เรียน เพื่อสร้างฐานผู้ใช้งานที่แน่นอน เรามั่นใจได้ว่าธุรกิจนี้จะไปได้ เพราะเราใช้หลักการ Cross-Subsidization หรือการนำกำไรจาก กลุ่มลูกค้าทั่วไปที่มีกำลังซื้อ มาอุดหนุนกลุ่มเป้าหมายทางสังคม ทำให้โครงการไม่ต้องพึ่งพายอดบริจาคเพียงอย่างเดียว นอกจากนี้ เรายังลดต้นทุนการดำเนินงานด้วยการสร้าง Community Ownership โดยให้คนในชุมชนเข้ามา บริหารจัดการและดูแลพื้นที่ร่วมกัน ซึ่งเป็นการแก้ปัญหา Root Causes เรื่องความไม่ยั่งยืนทางการเงินที่เกิดขึ้น บ่อยในโครงการการกุศลแบบเดิม ทำให้ 'Sport Hub Community' ของเราเป็นโมเดลธุรกิจที่เติบโตได้จริง
เด็กและเยาวชนในชุมชน โดยเฉพาะกลุ่มครอบครัวรายได้น้อย ขาดโอกาสเข้าถึงพื้นที่ อุปกรณ์ และการฝึกซ้อมกีฬาที่มีคุณภาพและราคาเข้าถึงได้ ขณะเดียวกันคนในชุมชนยังขาดโอกาสในการสร้างอาชีพและรายได้ที่มั่นคง ส่งผลให้เกิดความเหลื่อมล้ำด้านโอกาสในการพัฒนาศักยภาพและคุณภาพชีวิต
จัดตั้ง Sport Hub Community เป็นพื้นที่กีฬาที่ปลอดภัยและเข้าถึงได้ โดยจัดคลาสฝึกซ้อมและกิจกรรมกีฬาในราคาที่เหมาะสมหรือฟรีสำหรับเยาวชนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ พร้อมใช้รายได้จากการเช่าสนาม คลาสกีฬา และกิจกรรมต่าง ๆ มาสนับสนุนเยาวชน และเปิดโอกาสให้คนในชุมชนมีส่วนร่วมในการจ้างงาน การเป็นผู้ช่วยผู้ฝึกสอน การดูแลสนาม และการจำหน่ายสินค้า เพื่อสร้างรายได้และลดความเหลื่อมล้ำอย่างยั่งยืน
: 12
: 500,000.00
: เบญจมาภรณ์ หิรัญญานนท์
( ผู้จัดการโครงการ)
ธนบดี มีสมสิบ
( ผู้จัดการโครงการ)
10.2 By 2030, empower and promote the social, economic and political inclusion of all, irrespective of age, sex, disability, race, ethnicity, origin, religion or economic or other status
10.3 Ensure equal opportunity and reduce inequalities of outcome, including by eliminating discriminatory laws, policies and practices and promoting appropriate legislation, policies and action in this regard