พรานพอเพียง ออร์แกนิค ไลฟ์สไตล์ แอนด์ ฟาร์ม (PranPorPiang Organic Lifestyle & Farm) เป็นฟาร์มชุมชนเพื่อสังคมที่ส่งเสริมการทำเกษตรอินทรีย์ การพึ่งพาตนเอง และการใช้ชีวิตอย่างสมดุลกับธรรมชาติ ฟาร์มทำงานร่วมกับครัวเรือนในชุมชนเพื่อผลิตสินค้าเกษตรอินทรีย์ พัฒนาห่วงโซ่คุณค่าของผลิตภัณฑ์จากฟาร์ม และสร้างความตระหนักด้านอาหารปลอดภัยและการดูแลระบบนิเวศ โดยพรานพอเพียงสนับสนุนให้เกษตรกรในชุมชนทำเกษตรอินทรีย์ตามแนวทางที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการปรุงดิน การใช้ปุ๋ยอินทรีย์ และการจัดการฟาร์มอย่างยั่งยืน พร้อมทั้งสร้างโอกาสในการเรียนรู้และอาชีพให้กับคนในชุมชนผ่านกิจกรรมการแปรรูปสินค้าเกษตรและงานบริการด้านการท่องเที่ยวเชิงเกษตร พรานพอเพียงพัฒนาเครือข่ายการผลิตและการเรียนรู้ภายในชุมชน โดยทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการรวบรวม แปรรูป และพัฒนาผลิตภัณฑ์เกษตรอินทรีย์ เช่น ผัก ผลผลิตจากฟาร์ม ปุ๋ยมูลไส้เดือน และผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ สินค้าเหล่านี้ถูกนำเสนอผ่านกิจกรรมฟาร์มทัวร์ เวิร์กช็อป ร้านอาหารและคาเฟ่ รวมถึงช่องทางการจำหน่ายทั้งออฟไลน์และออนไลน์ของฟาร์ม รายได้ส่วนหนึ่งจะถูกนำกลับไปพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้ การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับคนในชุมชน เพื่อให้เกิดระบบฟาร์มชุมชนที่เติบโตอย่างยั่งยืนตามแนวคิด “มีเหลือใช้ ไม่เหลือทิ้ง แบ่งปันสู่ชุมชน”
“พรานพอเพียง ออร์แกนิค ไลฟ์สไตล์ แอนด์ ฟาร์ม” เกิดขึ้นจากการตระหนักถึงปัญหาในภาคเกษตร สังคม และสิ่งแวดล้อม เช่น การใช้สารเคมีทางการเกษตรที่ส่งผลต่อสุขภาพและระบบนิเวศ ปัญหาดินเสื่อมจากเกษตรเชิงเดี่ยว การขาดแหล่งเรียนรู้เกษตรอินทรีย์ที่เข้าถึงได้จริง รวมถึงช่องว่างระหว่างผู้บริโภคกับแหล่งผลิตอาหาร นอกจากนี้ยังมีปัญหาโอกาสทางเศรษฐกิจของคนในชุมชนที่จำกัด ทำให้รายได้ไม่มั่นคงและเกิดการย้ายถิ่นของคนรุ่นใหม่ พรานพอเพียงจึงพัฒนาฟาร์มให้เป็นทั้งพื้นที่เกษตรอินทรีย์ ศูนย์การเรียนรู้ และแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร เพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศ สร้างความเข้าใจเรื่องอาหารปลอดภัย และสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ให้กับชุมชนอย่างยั่งยืน.
พรานพอเพียง ออร์แกนิค ไลฟ์สไตล์ แอนด์ ฟาร์ม ดำเนินงานในรูปแบบ Social Enterprise (ธุรกิจเพื่อสังคม) โดยใช้โมเดลธุรกิจที่สร้างรายได้ควบคู่กับการแก้ไขปัญหาสังคม สิ่งแวดล้อม และเศรษฐกิจชุมชนอย่างยั่งยืน ผ่านแนวทางสำคัญดังนี้ 1. พัฒนาเกษตรอินทรีย์มูลค่าสูง ส่งเสริมระบบเกษตรอินทรีย์ที่ปลอดภัยและยั่งยืน ลดการใช้สารเคมี ฟื้นฟูดินและระบบนิเวศ พร้อมเพิ่มมูลค่าผลผลิตและลดต้นทุนของเกษตรกร 2. พัฒนาศูนย์เรียนรู้ฟาร์มมีชีวิต (Living Learning Farm) สร้างพื้นที่เรียนรู้ด้านเกษตรอินทรีย์และสิ่งแวดล้อมผ่านกิจกรรมอบรม เวิร์กช็อป และการเรียนรู้แบบลงมือปฏิบัติ เพื่อพัฒนาทักษะและสร้างแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่ 3. สร้างเศรษฐกิจชุมชนจากฟาร์ม พัฒนาสินค้าเกษตร การแปรรูป และการเชื่อมโยงตลาดระหว่างผู้ผลิตกับผู้บริโภค เพื่อเพิ่มรายได้ ลดการพึ่งพาพ่อค้าคนกลาง และเสริมความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจท้องถิ่น 4. พัฒนาการท่องเที่ยวเชิงเกษตร (Agro-Tourism) จัดกิจกรรม Farm Tour เวิร์กช็อป และโปรแกรมศึกษาดูงาน เพื่อสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวและกระจายรายได้สู่ชุมชน 5. สร้างโอกาสทางเศรษฐกิจในชุมชน ส่งเสริมอาชีพใหม่ เช่น เกษตรอินทรีย์ การแปรรูปสินค้า และการท่องเที่ยว พร้อมพัฒนาทักษะด้านธุรกิจและการตลาด เพื่อลดการย้ายถิ่นฐานของคนรุ่นใหม่และยกระดับคุณภาพชีวิต 6. พัฒนาโมเดลธุรกิจเพื่อสังคมที่ยั่งยืน สร้างรายได้จากหลายช่องทาง เช่น สินค้าเกษตรอินทรีย์ การท่องเที่ยว การอบรม และผลิตภัณฑ์แปรรูป โดยนำรายได้ส่วนหนึ่งกลับมาพัฒนาฟาร์ม ศูนย์เรียนรู้ และกิจกรรมพัฒนาชุมชน
ระยะเวลา: 12 เดือน
งบประมาณ: 2,000,000.00 บาท
ทีม: Chaiyapat Butrdee
(Co Founder)
Jukkapop Sangkaew
(Co Founder)
1.5 By 2030, build the resilience of the poor and those in vulnerable situations and reduce their exposure and vulnerability to climate-related extreme events and other economic, social and environmental shocks and disasters
13.3 Improve education, awareness-raising and human and institutional capacity on climate change mitigation, adaptation, impact reduction and early warning
5.a Undertake reforms to give women equal rights to economic resources, as well as access to ownership and control over land and other forms of property, financial services, inheritance and natural resources, in accordance with national laws
ผู้มีส่วนได้เสียสมาชิกในชุมชนที่ีรายได้น้อยกว่า 200 บาทต่อวัน |
||
|
คำอธิบาย สมาชิกในชุมชนที่รายได้น้อยกว่า 200 บาทต่อวัน และเป็นสมาชิกในกลุ่ม มีจำนวน 50 ครัวเรือน ประกอบอาชีพทำการเกษตร รับจ้าง ว่างงาน มีรายได้ต่ำและไม่แน่นอน เนื่องจาก
1.ขาดองค์ความรู้ที่จำเป็นที่ตรงต่อความต้องการของตลาด
2.เข้าไม่ถึงกลุ่มลูกค้าได้โดยตรง ทำให้ได้สัดส่วนกำไรไม่เท่า
ที่ควรเป็น
3.ความไม่แน่นอนของต้นทุนการผลิต และสภาพอากาศที่มี
ผลต่อผลผลิต
ประเภทผู้รับประโยชน์
ผู้รับประโยชน์ทางตรง
ระดับความสำคัญ สูง ปัญหา / โอกาส / ความท้าทายที่เกิดขึ้นกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ปัญหา (Problems) ขาดองค์ความรู้และทักษะที่สอดคล้องกับความต้องการของตลาด สมาชิกในชุมชนยังขาดความรู้ด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การเพิ่มมูลค่าสินค้า การตลาด และการบริหารจัดการต้นทุน ทำให้ไม่สามารถผลิตสินค้าที่ตรงกับความต้องการของตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่สามารถเข้าถึงลูกค้าได้โดยตรง การจำหน่ายสินค้าเกษตรส่วนใหญ่ต้องผ่านพ่อค้าคนกลาง ทำให้เกษตรกรได้รับส่วนแบ่งกำไรต่ำ และไม่มีอำนาจในการกำหนดราคา ความไม่แน่นอนของต้นทุนการผลิตและสภาพอากาศ ต้นทุนการผลิต เช่น ปุ๋ย เมล็ดพันธุ์ และวัสดุการเกษตรมีความผันผวน อีกทั้งสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง ส่งผลต่อปริมาณและคุณภาพของผลผลิต รายได้ไม่สม่ำเสมอและความเสี่ยงทางเศรษฐกิจของครัวเรือน เนื่องจากอาชีพส่วนใหญ่ขึ้นอยู่กับฤดูกาลและการจ้างงาน ทำให้รายได้ไม่มั่นคง โอกาส (Opportunities) การพัฒนาองค์ความรู้และทักษะใหม่ให้กับสมาชิกชุมชน หากมีการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการเกษตรสมัยใหม่ การแปรรูปสินค้า และการตลาด จะช่วยเพิ่มศักยภาพในการสร้างรายได้ การพัฒนาช่องทางการตลาดโดยตรง การใช้แพลตฟอร์มออนไลน์ ตลาดชุมชน หรือระบบตลาดตรงจากผู้ผลิตถึงผู้บริโภค (Direct-to-consumer) สามารถเพิ่มรายได้และลดการพึ่งพาพ่อค้าคนกลาง การสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าเกษตร เช่น การแปรรูปสินค้าเกษตร การทำสินค้าเกษตรอินทรีย์ หรือการพัฒนาเป็นสินค้าอัตลักษณ์ชุมชน การรวมกลุ่มเพื่อเพิ่มอำนาจต่อรอง การรวมกลุ่มเป็นวิสาหกิจชุมชนหรือสหกรณ์ จะช่วยลดต้นทุนการผลิต เพิ่มกำลังการผลิต และเพิ่มอำนาจในการต่อรองราคา ความท้าทาย (Challenges) การปรับตัวของสมาชิกชุมชนต่อความรู้และเทคโนโลยีใหม่ การนำองค์ความรู้ใหม่ไปใช้จริงต้องอาศัยการเรียนรู้และการปรับตัวของสมาชิกในชุมชน การสร้างระบบตลาดที่ยั่งยืน แม้จะสามารถเข้าถึงตลาดได้ แต่ต้องรักษาคุณภาพสินค้าและความเชื่อมั่นของลูกค้าอย่างต่อเนื่อง การบริหารจัดการกลุ่มให้มีประสิทธิภาพ การทำงานร่วมกันของสมาชิกจำนวนมากต้องมีระบบบริหารจัดการที่โปร่งใสและมีส่วนร่วม การรับมือกับความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศและต้นทุนการผลิต จำเป็นต้องมีการวางแผนการผลิต การจัดการทรัพยากร และการกระจายความเสี่ยงทางอาชีพ |
||
| กิจกรรม | ผลผลิต (ผลที่เกิดขึ้นทันที) | ผลลัพธ์ |
|---|---|---|
พรานพอเพียง จ้างงานไกด์ชุมชน ขั้นต่ำ 500 บาท/วัน |
รายได้เพิ่มขึ้น
ตัวชี้วัด
แก้ไขตัวชี้วัด
รายได้ที่เกิดจากผู้มีรายได้น้อยที่ทำหน้าที่เป็นผู้จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์/บริการขององค์กรในช่วงระยะเวลาการรายงาน / Earnings generated by low income individual distributors from selling the organization's products/services during the reporting period.
จำนวนเริ่ม
-200 บาท จำนวนเป้าหมาย 500 บาท จาก พรานพอเพียง จ้างงานไกด์ชุมชน ขั้นต่ำ 500 บาท/วัน เด็ก สตรี ผู้สูงอายุ และ LGBTQ เกิดความภาคภูมิใจในคุณค่าของตนเอง
จำนวนเริ่ม
จำนวนเป้าหมาย จาก พรานพอเพียง จ้างงานไกด์ชุมชน ขั้นต่ำ 500 บาท/วัน |
รายได้มากพอต่อการมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
จำนวนเริ่ม
จำนวนเป้าหมาย
สอดคล้องกับเป้าหมาย
จาก รายได้เพิ่มขึ้น ลดช่องว่างระหว่างเพศและวัย สร้างความสัมพันธ์ระหว่างคนในชุมชน
จำนวนเริ่ม
จำนวนเป้าหมาย
สอดคล้องกับเป้าหมาย
จาก เด็ก สตรี ผู้สูงอายุ และ LGBTQ เกิดความภาคภูมิใจในคุณค่าของตนเอง |
| ตัวชี้วัด | หน่วย | จำนวนเริ่ม | จำนวนเป้าหมาย | ช่วงเวลาหรือความถี่ที่เก็บข้อมูล |
|---|---|---|---|---|
| ผลผลิต | ||||
| รายได้ที่เกิดจากผู้มีรายได้น้อยที่ทำหน้าที่เป็นผู้จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์/บริการขององค์กรในช่วงระยะเวลาการรายงาน / Earnings generated by low income individual distributors from selling the organization's products/services during the reporting period. | บาท | -200 | 500 | ม.ค.-ธ.ค. 2026 |
| ผลลัพธ์ |